
JUST IN TIME NOW ชวนทุกคนมาหาที่มาของวันวาเลนไทน์ ที่ใครต่อใครรู้จะต้องอึ้ง เพราะ วันวาเลนไทน์ คือ เทศกาลที่ไม่มีตัวตน มาจาก “นก” ไม่ใช่ “คน” พูดอย่างนี้แล้วคงชวนหัว ชวนสงสัยจะเป็นอย่างไร ตามแอดมินมากันเลย
วันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) มีต้นกำเนิดมาจากทั้ง ประวัติศาสตร์โรมันโบราณ และ ความเชื่อทางศาสนาคริสต์ โดยมีเรื่องเล่าหลักเกี่ยวกับนักบุญชื่อ “วาเลนไทน์”
นักบุญวาเลนไทน์คือใคร?
Saint Valentine เป็นนักบวชในสมัยจักรวรรดิโรมัน (ราวคริสต์ศตวรรษที่ 3) ตำนานที่เล่าต่อกันมาบอกว่าจักรพรรดิ Claudius II เชื่อว่าทหารโสดจะเป็นนักรบที่ดีกว่าจึงสั่งห้ามชายหนุ่มแต่งงานแต่นักบุญวาเลนไทน์แอบทำพิธีแต่งงานให้คู่รักอย่างลับ ๆเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ท่านจึงถูกจับและประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 269
ก่อนเสียชีวิต มีเรื่องเล่าว่าเขาเขียนจดหมายลาถึงหญิงสาวคนหนึ่ง ลงท้ายว่า “From your Valentine” ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของคำอวยพรในวันวาเลนไทน์ปัจจุบัน
แต่ก็มีอีกหลายความเชื่อที่ไม่อิงกับ นักบุญ Valentine แต่มีความเชื่อเรื่องวัน Valentine คงสงสัยกันนะครับว่า แล้วทำไมถึงกลายเป็น “วันแห่งความรัก”? ก็เพราะในยุคกลางของยุโรป โดยเฉพาะในอังกฤษและฝรั่งเศส มีความเชื่อว่า กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นฤดูจับคู่ของนก ถ้าเหมือนบ้านเราก็คงคิดถึงเพลง นกเขาคู่ กันนะครับ แต่ในช่วงเดี๋ยวกันนั้นดัน มีนักประพันธ์กวีชื่อดังอย่าง Geoffrey Chaucer ที่ได้เขียนบทกวีเชื่อมโยงวันนักบุญวาเลนไทน์กับความรักในช่วงนั้นพอดิบพอดี ทำให้ภาพลักษณ์ “วันแห่งความรัก” แพร่หลายมากขึ้นและยึดโยงวันแห่งความรักก็เพราะฉะนั้นเทศกาลแห่งความรักเริ่มต้นจากนกหาคู่ในเดือนกุมภาพันธ์ และผสมผสานบทกวีที่ได้รับความนิยม จนมาเป็นวันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) ถึงทุกวันนี้

