
ศรัทธาหลั่งไหลสู่กุสินารา สมโภชใหญ่พระบรมสารีริกธาตุ แดนปรินิพพาน “พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ ” ประธานนำขบวน มหาราชาเมืองอโยธยา สาธารณรัฐอินเดีย ร่วมขบวนแห่สักการะพระสงฆ์จากทุกสารทิศร่วมงาน



เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ สาธารณรัฐอินเดีย จัดพิธีเปิดงานสมโภชและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ประจำปี 2569 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง



เวลา 15.00น.เคลื่อนขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะไปยังสถูปมหาปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน สถานที่ปรินิพพานพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อขบวนไปถึง ได้อัญเชิญเครื่องราชสักการะขึ้นด้านบนสถูปปรินิพพาน พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ นำกล่าวถวายเครื่องราชสักการะ และสวดมนต์บูชา ก่อนจะนำพระบรมสารีริกธาตุเข้าสู่ภายในสถูปมหาปรินิพพานวิหาร และ นำกล่าวถวายผ้าห่มสักการะพระพุทธปรินิพพาน และสวดมนต์ระลึกถึงพระรัตนตรัย ถวายน้ำสรงพระราชทาน เถราภิเษกพระพุทธบาท แขกผู้มีเกียรติอัญเชิญผ้าไตร เครื่องราชสักการะ พานพุ่ม พานธูปเทียนแพ ถวายด้านหน้าพระพุทธปรินิพพาน



ต่อมาในช่วงค่ำ เวลา 19.00 น. พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เป็นประธานเปิดไฟบูชามหาธาตุเจดีย์มหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา ต่อด้วยการแสดงรำบวงสรวงใช้เวลา 5 นาที จึงเป็นการสวด อิติปิโส 108 จบ โดยคณะพระธุดงค์ธรรมยาตรา ก่อนจะเปิดให้ประชาชน และผู้ปฏิบัติธรรมได้ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย


ในวันที่สอง(24 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 7.30น.เริ่มขบวนจาก ณ สาลวโนทยาน สถานที่ปรินิพพานองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เดินขบวนมุ่งหน้าสู่มกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยวันนี้เป็นวันที่รำลึกพุทธประวัติช่วงสำคัญ หลังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จ มอบร่าง วางขันธ
ดับขันธปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน ก่อนอัญเชิญพระสรีระสังขารไปถวายพระเพลิง ณ มกุฏพันธนเจดีย์แห่งนี้ คณะพระธรรมทูต แขกผู้มีเกียรติ และพุทธศาสนิกชน ตั้งริ้วขบวนอัญเชิญพระพุทธรูปปางปรินิพพานไม้สักทองที่พร้อมเครื่องราชสักการะ เคลื่อนขบวนไปยัง มกุฏพันธนเจดีย์ ริ้วขบวนในปีนี้จัดอย่างวิจิตรตระการตา พระพุทธรูปปางปรินิพพานประดิษฐานบนราชรถบุษบก ประดับลวดลายก้อนเมฆและดอกบัว สื่อถึงการเสด็จสู่พระปรินิพพาน มีพระธุดงค์ธรรมยาตราเดินเรียงสองข้างทางอย่างสงบสำรวม ด้านหลังขบวนมีราชรถบุษบกเชิงสัญลักษณ์ เปรียบดังราชรถพระพรหม ตามประกอบขบวนพระสรีระสังขาร ถ่ายทอดพุทธประวัติผ่านพิธีกรรมอย่างงดงาม



เมื่อขบวนถึงมกุฏพันธนเจดีย์ มีการแสดงเพลงพุทธเจ้า โดยครูมนธิรา ม้าทอง และการแสดงนาฏศิลป์อินเดียถวายเป็นพุทธบูชา จากนั้น พระพิธีธรรมจาก วัดอนงคาราม วรวิหาร นั่งประจำอาสน์สงฆ์พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย–เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จุดเทียนสัตบรรณ ขณะที่เอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมประกอบพิธีถวายสักการะ ส่วนปีนี้ถือเป็นพิเศษมีการสวดพระอภิธรรม ทอดผ้าไตรบังสุกุล 4 ไตร สดัปกรณ์ และกล่าวนำถวายเครื่องราชสักการะ พร้อมสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และเจริญจิตภาวนา ก่อนประกอบพิธีถวายน้ำสรงเถราภิเษกมกุฏพันธนเจดีย์ ท่ามกลางบทสวดพระอภิธรรมทำนองหลวง เป็นการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระราชกุศล เพื่อแสดงความจงรักภักดี แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


อีกหนึ่งภาพที่สร้างความประทับใจ คือการเข้าร่วมของนักเรียนจากกว่า 30 โรงเรียนในพื้นที่ ซึ่งวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ให้การสนับสนุนด้านการเรียนการสอนพระพุทธศาสนา เด็ก ๆ ในชุดนักเรียนเรียบร้อยร่วมเดินในริ้วขบวนและสักการะด้วยความตั้งใจ สะท้อนสายสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นภาพความน่ารักน่าเอ็นดูของเยาวชนชาวอินเดียที่ได้ใกล้ชิดพุทธสถานสำคัญ


ภาคสายมีพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ต่อด้วยพิธีเทกระจาดแจกทาน 1,000 ชุดในช่วงบ่าย สะท้อนหลักทานบารมีและการแบ่งปันตามแนวทางพระพุทธศาสนา

ค่ำเวลา 19.00 น. จัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับ พร้อมเปิดไฟบูชาพระมหาธาตุเจดีย์ เวียนประทักษิณรอบองค์พระมหาธาตุ และสวด “อิติปิโส 108 จบ” โดยคณะพระธุดงค์ธรรมยาตรา ก่อนปิดประตูพระมหาธาตุเจดีย์ และเปิดโอกาสให้ปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัย

การรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญสูงสุดในพุทธประวัติ ถ่ายทอดผ่านขบวนอัญเชิญที่สง่างาม พิธีกรรมอันวิจิตร และการมีส่วนร่วมของคนไทยและคนอินเดีย ทุกเพศทุกวัย เป็นการเชื่อมสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่มีให้กันตลอดมาทั้งแต่พุทธกาลจนถึงปัจจุบัน บนผืนแผ่นดินพุทธภูมิแห่งกุสินาราอย่างสมพระเกียรติ


