

ในโลกของพุทธศิลป์ไทย มีพระพุทธรูปอยู่ไม่กี่องค์ที่ได้รับการยกย่องว่าเปี่ยมด้วยความงดงามและศรัทธาสูงสุดในใจผู้คน และหนึ่งในนั้นคือ “พระพุทธชินราช” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิษณุโลก ที่เลื่องลือในความงามของพระพักตร์ พระรัศมี และพุทธลักษณะอันสมบูรณ์แบบ จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดของประเทศไทย

แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า ใจกลางกรุงเทพมหานคร ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ก็มี “พระพุทธชินราช” อีกองค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ และองค์นี้เองคือผลลัพธ์จากพระราชศรัทธาและพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงต้องการอัญเชิญพระพุทธชินราชจากเมืองพิษณุโลกมาประดิษฐานในพระนคร

ย้อนกลับไปในอดีต พระพุทธชินราชสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนมายาวนานหลายร้อยปี ด้วยพระพุทธลักษณะศิลปะแบบสุโขทัยอันอ่อนช้อย สง่างาม และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเหนือกาลเวลา
เมื่อเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชศรัทธาอย่างยิ่งต่อองค์พระพุทธชินราช และเมื่อทรงมีพระราชดำริสร้างวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามขึ้นเป็นพระอารามสำคัญแห่งพระราชสำนัก ก็ทรงมีพระราชประสงค์จะอัญเชิญองค์จริงจากพิษณุโลกมาประดิษฐาน ณ กรุงเทพมหานคร


อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนย้ายพระพุทธชินราชไม่อาจกระทำได้ ทั้งด้วยเหตุผลด้านขนาด น้ำหนัก ตลอดจนความผูกพันของชาวพิษณุโลกที่ยึดถือพระพุทธชินราชเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง จึงมิได้มีการอัญเชิญองค์จริงลงมายังกรุงเทพฯ
ด้วยพระราชศรัทธาและพระราชประสงค์ที่จะให้พระนครมีพระพุทธรูปสำคัญเป็นศูนย์รวมจิตใจ รัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้าง “พระพุทธชินราชจำลอง” ขึ้น โดยถอดแบบจากองค์ต้นกำเนิดที่พิษณุโลกอย่างพิถีพิถัน แล้วอัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร

พระพุทธชินราชแห่งวัดเบญจฯ จึงมิใช่เพียงพระพุทธรูปจำลอง หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงศรัทธาระหว่างเมืองเหนือกับพระนคร และเป็นมรดกแห่งพระราชศรัทธาที่ส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน และในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารได้เปิดต้อนรับพุทธศาสนิกชนให้เข้ามาร่วมประกอบพิธีและสักการะพระพุทธชินราชองค์นี้อย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมสวดมนต์สะสมครบ “1 ล้านจบ” ที่กรมการศาสนา ร่วมกับวัดเบญจบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและร่วมส่งต่อพลังแห่งศรัทธา ท่ามกลางแสงเทียน เสียงบทสวด และผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ภาพพระพุทธชินราชที่ประดิษฐานอย่างสงบภายในพระอุโบสถ กลายเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า แม้กาลเวลาจะผ่านมากว่าร้อยปี แต่แรงศรัทธาที่เริ่มต้นจากเมืองพิษณุโลก และเดินทางต่อผ่านพระราชดำริแห่งรัชกาลที่ 5 ยังคงงอกงามอยู่กลางกรุงรัตนโกสินทร์ตราบจนทุกวันนี้
จากพิษณุโลก…สู่พระนคร
จากพระราชศรัทธา…สู่ศรัทธาของประชาชน
และจากอดีต…สู่พลังแห่งการสวดมนต์ร่วมกันในวันวิสาขบูชา….วันแห่งศรัทธาสากล

