“ยศชนัน” ลั่น! ไทยต้องเป็น “ผู้สร้าง” ไม่ใช่แค่ “ผู้ใช้” เทคโนโลยี บพค. รับลูกปั้นกำลังคน 10,000+ ลุย 3 อุตสาหกรรมอนาคต Semiconductor–EV–AI

“ประเทศไทยต้องก้าวจากผู้ใช้เทคโนโลยี สู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรมของโลก”
“ยศชนัน” ประกาศวิสัยทัศน์ผลักดันไทยพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อม บพค. เดินหน้าสร้างบุคลากรกว่า 10,000 คน รองรับ 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่ Semiconductor, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ สร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และเตรียมประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค

เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมนำเสนอความก้าวหน้าโครงการภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. เรื่อง “ประเทศไทยเกิดงานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี ใน 3 อุตสาหกรรม Semiconductor, EV และ AI” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร โดยมีคณาจารย์ นักวิจัย และผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมกว่า 180 คน

ยกกำลังคนเป็นแกนหลักเชิงยุทธศาสตร์

          ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวมอบนโยบายว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกำลังคนคุณภาพ ประเทศไทยจึงต้องเร่งเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่แข่งขันด้วยต้นทุน ไปสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันด้วยขีดความสามารถ หรือ Capability-based Economy โดยกระทรวง อว. ได้กำหนดทิศทางผ่าน MHESI Action Plan เพื่อสร้างขีดความสามารถในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อาทิ Semiconductor Thailand, AI and Data-driven Nation, Wellness Thailand และ Frontier Innovation Thailand

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ย้ำว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ คือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจแห่งอนาคต หากประเทศไทยต้องการก้าวขึ้นสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกที่สูงขึ้น จำเป็นต้องมีกำลังคนไทยที่สามารถสร้าง พัฒนา ประยุกต์ใช้ และต่อยอดเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง

บพค. ปั้นกำลังคนทะลุเป้ากว่า 10,000 คน

          ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. เปิดเผยว่า บพค. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุนที่มีพันธกิจด้านการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง ได้ขับเคลื่อนแผนงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริม ววน. โดยตั้งเป้าพัฒนากำลังคนทักษะสูง 7,500 คน ภายใน 2 ปี ทั้งนี้ คาดว่าผลจากการสนับสนุนทุนจะก่อให้เกิดการพัฒนากำลังคนรวมกว่า 10,000 คน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้

          “สิ่งที่ บพค. ให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงจำนวน แต่คือคุณภาพของคนและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงหลังการพัฒนา บุคลากรได้รับการยกระดับทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม สามารถนำความรู้ไปใช้ในสถานประกอบการจริง และหลายส่วนได้รับการปรับค่าตอบแทนสูงขึ้น สะท้อนว่าการลงทุนด้านกำลังคนเปลี่ยนศักยภาพของคน ผลิตภาพขององค์กร และอนาคตของอุตสาหกรรมไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม” ดร.ณิรวัฒน์ กล่าว

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 บพค. สนับสนุนโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 22 โครงการ ครอบคลุม 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ 12 โครงการ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง 6 โครงการ และยานยนต์ไฟฟ้า 4 โครงการ ครอบคลุมการพัฒนากำลังคนตั้งแต่ระดับนักวิจัย วิศวกร นักพัฒนา ผู้ประกอบการ ไปจนถึงบุคลากรภาคการผลิตและบริการ

          โดยด้าน เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เน้นวงจรรวม การออกแบบและทดสอบชิป โฟโตนิกส์ Power Electronics และเทคโนโลยีเวเฟอร์ ด้าน ยานยนต์ไฟฟ้า ครอบคลุมระบบดิจิทัล ระบบอัดประจุ ซอฟต์แวร์ ระบบควบคุม การซ่อมบำรุง และการต่อยอดเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ขณะที่ด้าน ปัญญาประดิษฐ์ มุ่งสร้างบุคลากรที่พัฒนา Use Case และ AI Model Prototype ไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม บริการ การแพทย์ การผลิต เมืองอัจฉริยะ และธุรกิจดิจิทัล

“บพค. กำลังทำหน้าที่เชื่อมระบบการศึกษา งานวิจัย และอุตสาหกรรมให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการทำให้ประเทศไทยเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องก้าวไปสู่การเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี ผู้สร้างมูลค่า และผู้สร้างอนาคตของประเทศด้วยศักยภาพของคนไทย” ดร.ณิรวัฒน์ กล่าว

ผลลัพธ์เริ่มปรากฏชัด ทั้งทักษะ การจ้างงาน และรายได้

          จากการติดตามผล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีบุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะแล้ว 6,328 คน คิดเป็นกว่าร้อยละ 84 ของเป้าหมาย แบ่งเป็นอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) 4,720 คน เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง 892 คน และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 716 คน ขณะเดียวกัน ระหว่างนี้มีบุคลากร 635 คน ที่ได้รับการเพิ่มค่าตอบแทนหรือการจ้างงานใหม่แล้ว แบ่งเป็นผู้ได้รับปรับเพิ่มค่าตอบแทน 518 คน และผู้ได้รับการจ้างงานใหม่ 117 คน ทั้งนี้ บพค. ยังคงติดตามผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีผู้ผ่านการพัฒนาทักษะอีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างเข้าสู่ตลาดแรงงานและนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ ซึ่งขณะนี้มีการขยายฐานการผลิต/การลงทุนแล้วกว่า 20,000 ล้านบาทสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และคาดว่าจะเกิดผลลัพธ์การสร้างรายได้ของบริษัทร่วมลงทุนกว่า 6.5 ล้านบาทต่อปีสำหรับอุตสาหกรรม EV และเกิดต้นแบบเทคโนโลยี AI ที่เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและสร้างรายได้กว่า 51 ล้านบาทสำหรับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด Demand-driven Workforce Development

          ดร.วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล ประธานคณะทำงานส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญฯ กล่าวว่า การดำเนินงานทั้งหมดอยู่บนแนวคิด Demand-driven Workforce Development ที่นำความต้องการจริงของภาคอุตสาหกรรมมาเป็นตัวกำหนดการพัฒนากำลังคน โดยภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมออกแบบหลักสูตรและกำหนดเกณฑ์การวัดผลที่สอดคล้องกับชุดทักษะที่ต้องการ นำไปสู่การจ้างงานและยกระดับรายได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ในอนาคต

          นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดแสดงนิทรรศการผลงานความสำเร็จของโครงการปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 26 โครงการ แบ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ 13 โครงการ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง 7 โครงการ และยานยนต์ไฟฟ้า 6 โครงการ สะท้อนผลลัพธ์การสนับสนุนทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน

          การประชุมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการติดตามความก้าวหน้า ประเมินผลลัพธ์ และเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน เพื่อผลักดันการพัฒนากำลังคนทักษะสูงในอุตสาหกรรม Semiconductor, EV และ AI สู่การสร้างงานใหม่ ทักษะสูง รายได้ดี และยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน

Leave A Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *